สถานที่ที่อันตรายที่สุดในโลก 10 อันดับ

อันดับ 10 Great Pacific Garbage Patch
โอ๊วนี่คือสาเหตุโลกร้อนหรือปล่าว – -;

แพขยะ
ใหญ่แปซิฟิก (Great Pacific Garbage Patch) ซึ่งเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า
แพขยะตะวันออก หรือ วงวนขยะแปซิฟิก (Pacific Trash
Vortex)
คือวงวนใหญ่ของขยะมหาสมุทร (marine litter)
ที่อยู่ส่วนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือตำแหน่งประมาณ 135 -135° ตะวันตก ถึง
155-155° ตะวันตก
และเส้นขนานที่ 35° เหนือ ถึงเส้นขนานที่ 42° เหนือ และประมาณขนาดใหญ่ได้เป็น 2 เท่าของเนื้อที่รัฐเท็กซัสซึ่งมีขนาดใกล้ เคียงกับประเทศไทย
แพขยะมีลักษณะของการรวมตัวอย่างเข้มของขยะพลาสติกและขยะอื่นที่ถูกกักรวมได้
ด้วยกระแสวงวนใหญ่แปซิฟิกเหนือ
จนแพขยะมีขนาดใหญ่มหาศาลและหนาแน่นจนมีผล
ต่อสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นสารพิษ,
ผลกระทบต่อสัตว์บกสัตว์ทะเล
จนถึงขณะนี้ไม่มีวิธีใดที่จะกำจัดขยะเหล่านี้ได้
นอกจากนั้นมันยังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายปีทีผ่านมา
จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ของสหรัฐและของโลกเป็นที่ เรียบร้อย

อันดับ 9 Izu
islands
นรกบนดินดีๆนี่เอง

เหอะๆ
หน้ายังกับตัวร้ายใน Assasin Creed เลย
หมู่ เกาะอิสุ
เป็นหมู่เกาะภูเขาไฟที่เรียงรายอยู่ทางทิศ
ใต้และตะวันออกของคาบสมุทรอิสุในเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น
ตามเขตการปกครองแล้ว
ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกรุงโตเกียว เกาะที่ใหญ่ที่สุด คือ เกาะอิสุโอชิม่า
มักเรียกสั้นๆว่า เกาะโอชิม่า
ประกอบด้วย 9 เกาะคือ เกาะ อิสุโอชิม่า
หรือเกาะโอชิม่า, เกาะโทชิม่า, เกาะนิอิ, เกาะชิกิเนะ, เกาะโคสุ, เกาะมิยาเกะ,
เกาะมิคุระ, เกาะฮาจิโจ, เกาะอาโองะ
ในสมัยเอโดะ เกาะนิอิ เกาะมิยาเกะ
และเกาะฮาจิโจ ถูกเลือกให้เป็นสถานที่สำหรับเนรเทศนักโทษ
ต่อมาเมื่อถึงปี 2000
ได้เกิดเหตุภูเขาไฟระเบิด และพ่นแก๊สพิษออกมาจำนวนมาก
ทำให้ต้องมีการอพยพประชาชนออกจากเกาะมิยาเกะ
จนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2005
ผู้ที่เคยอาศัยอยู่บนเกาะอิซุจึงได้รับอนุญาตให้กลับไปอาศัยอยู่ได้
แต่จำเป็นต้องมีหน้ากากกันแก๊สพิษและต้องมีเตรียมพร้อมสำหรับเหตุระเบิดใน
อนาคต ทำให้ปัจจุบันที่แห่งนี้มีกลิ่นกำมะถันเต็มไปหมด

อันดับที่ 8 Door to
hell
อันนี่สินรกใต้ดิน

สถานที่นี้ถูกขนานนาม ว่า
ประตูสู่นรก(Door to Hell) อยู่ใกล้เมืองเล็กๆเมืองหนึ่งของ Darvaz
ในประเทศอุซเบกิสถาน
โดยการค้นพบสถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 1970
นักธรณีวิทยาได้ทำการขุดเจาะหาก๊าซอยู่นั้น
พวกเขาก็ได้พบกับถ้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้พื้นดิน
ซึ่งมันใหญ่มาก
ใหญ่ซะจนกลืนกินเครื่องมือในการขุดเจาะของพวกเขาไปจนหมด
นักธรณีวิทยาเหล่านั้นไม่มีใครกล้าลงไปในหลุมเพราะมันเต็มไปด้วยแก๊สพิษ
ดังนั้นพวกเขาจึงจุดไฟเพื่อที่จะเผาไหม้แก๊สให้หมดไป
แต่!!!จนถึงตอนนี้ 35 ปีแล้ว
ไฟที่จุดยังไม่เคย ดับลงแม้แต่วินาทีเดียว
และไม่สามารถคาดเดาได้ว่ามันจะดับลงเมื่อไหร่ อีกทั้งไม่มีใครกล้าลงไปสำรวจ

อันดับที่ 7 Alnwick Poison Gardens

น่าจะทำเป็นคุกขังโจรแล้วเอาพืชมาไว้รอบจะได้แหกคุกไม่ได้ อิๆ

เมืองอาร์นวิค
(Alnwick) ในอดีตเคยเป็น
เมืองหลวงของมณฑลนอร์ทธัมเบอร์แลนด์ของสหราชอาณาจักร
ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอาร์นซึ่งไหลผ่านใจกลางของเขตอาร์นวิค
และเขตชนบทของมณฑลนอร์ทธัมเบอร์แลนด์
สถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของเมืองอาร์นวิค
คือสวนพฤษศาสตร์ที่ตั้งอยู่ที่ เดนวิค, เมืองอาร์นวิค, NE66 1YU,
อังกฤษ
สวนอลานวิคเป็นสวนที่ สวยงาม
และเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 2002
และในปี ค.ศ. 2005
โดยสวนแปลกที่เราจะไป ท่องเที่ยวคือพอยซัน
การ์เด็นหรือสวนที่รวมต้นไม้มีพิษและเป็นเส้นทางเขาวงกต (สร้างขึ้นเมื่อปี
1500)
มีพืชมีพิษจำนวนมากจำพวกมะเขือพวง ยาสูบ
และนอกจากนี้ยังมีพืชต้องห้ามต่างๆ เช่น กัญชา, โคคา
ซึ่งเราสามารถพบพืชมีพิษเหล่านี้ได้ที่นี่เท่านั้น

อันดับที่ 6 Asbestos
Mine

เหมืองแร่ใยหินหรือแอ
สเบสตอส(Asbestos) ตั้งอยู่ที่ Thetford-Mines,
รัฐควิเบก,แคนาดา
เป็นเหมืองแร่ขนาดใหญ่ที่ขุดเพื่อเอรแอสเบสตอสซึ่งเป็นแร่ที่เกิดตาม
ธรรมชาติที่มีลักษณะเป็นใยหิน
ซึ่งมีคุณสมบัติแข็ง แรงและทนทานต่อความร้อนสูง
ใช้ในการผสมเป็นวัตถุดิบ เพื่อการก่อสร้างและผลิตอุปกรณ์
หรือ
สิ่งของต่างๆมากมาย เช่นเป็นฉนวนกันความร้อน ทำผ้าเบรกและ ครัช กระเบื้องมุง หลังคา
และท่อซีเมนต์
แต่สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดมะเร็งและโรคอื่นๆ
และที่อันตรายที่สุดคือคนงานในเมืองที่จำเป็นดมแร่แอสเบสตอสมากมาย
จนเอสเบสทอสถูกสั่งห้ามใช้ในยุโรป
และแคนาดาแล้ว
แต่เหมืองเอสเบสทอสยังคงมีอยู่….
เพื่อส่งแอสเบสทอสไปขายในประเทศกำลัง พัฒนา
ซึ่งในฤดูร้อนก็เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
มีรถทัวร์ชมรอบๆ เหมือง
หากคุณจะไปเที่ยวขอให้เตรียมพร้อมกับอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวคุณ
ไว้ด้วย

อันดับที่ 5 Ramree Island
มันคือจระเข้

เมื่อ
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ปี 1945 ใน ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นประมาณ
900-1,000 นาย
ประจำการอยู่ด้านหนึ่ง บน “เกาะรามรีย์” นอกชายฝั่งพม่า
เพื่อนบ้านของเรานี่เอง
เพื่อสู้รบกับฝ่ายสัมพันธมิตร ทหารญี่ปุ่นต่อสู่ไม่ถ้อย
แต่กระนั้นก็ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
ทำให้จำเป็นต้องถอยหนี
พวกทหารญี่ปุ่นจังมุ่งหน้ารวมกลุ่มหนึ่งที่ฝากหนึ่งของเกาะ

และนี้เป็นจุดเริ่มต้น
ของคืนที่สยดสยองที่ทหารญี่ปุ่นในเวลานั้นลืมไม่ลง
ทหารญี่ปุ่นที่เหลือ 1000 นาย
ได้รวมกลุ่มเพื่อไปอีกฟากหนึ่งของเกาะ
โดยพวกเขาจำเป็นต้องผ่านมีบึงขนาด 16
กม.เท่านั้น
และระหว่างที่พวกเขาลุยผ่านบึงนั้นพวกเขาได้ถูกจู่โจมจากฝ่ายศัตรู
แต่ไม่ใช้พวกพันธมิตร
หากแต่เป็นสัตว์เลื่อยคลานชนิดหนึ่ง

“มันคือจระเข้”

จระเข้
ยักษ์ที่ตะกละตะกลาม จำนวนมากโจมตีทหารญี่ปุ่น อย่างดุร้ายและบ้าคลั่ง ค่อยๆ
หายไปทีละคนๆ
ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายและเสียงปืนที่ยิงสะเปะสปะ
เหล่าทหารญี่ปุ่น 3 ใน 4
ไม่รอดจากเหตุการณ์บึงมรณะครั้งนั่น
คนส่วนใหญ่ที่รอดมาได้ก็บาดเจ็บสาหัส
แต่ยังมีชีวิตและสติอยู่มากพอจะภาวนาขอให้ตายไปเสียยังจะดีกว่า
และในเหตุการณ์ในครั้งนั้นกินเนสบุ๊คยกให้เป็น
“โศกนาฏกรรมที่เลวร้ายที่สุดที่เกิดจากสัตว์”

ปัจจุบัน เกาะรัมรี (Ramree
Island) เป็นส่วนหนึ่งของจ๊อกปะยู ติดกับชายฝั่งอ่าวเบงกอล
ในรัฐยะไข่
มีสนามบินพาณิชย์ มีสะพานและถนนเชื่อมกับแผ่นดิน อยู่ห่างจากเมืองท่าซิตต่วย
(Sittwe)
ลงมาทางทิศใต้ 200 ก.ม.เศษ
ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มของระบบทางหลวงที่ไปเชื่อมกับเมืองมะกวย(Magwe)
เมืองเม็กติลา
(Meiktila) ในเขต มัณฑะเลย์ และเมืองตองยี (Taunggyi) กับเชียงตุง ในรัฐฉาน
และถึงชายแดนไทย-จีน

เกาะ รามรีย์นั้น
ไม่ได้มีชื่อเสียงเพียงแค่เป็นแหล่งของยุงพาหนะไข้มาลาเรีย, แมลงวันที่
วางไข่ในแผล
และแมงป่องที่มีพิษร้ายเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงสัตว์ร้ายที่สร้างความหวาดกลัวต่อทหารญี่ป่นในสงครามโลกครั้ง ที่ 2
ด้วย
นั้นคือ “จระเข้น้ำเค็ม” ที่ซ่อนตัวอยู่ในบึง
ซึ่งมีอยู่มากมายนับหลักพันตัว! จนได้ขนานนามว่า “เกาะแห่งจระเข้กินคน”

อันดับที่ 4 Yungas Road

เอาอีกละ
ไม่ไปมันจะตายมั้ยนั่น
ถนนยุงกัส(Yungas Road) เป็นภาษาท้องถิ่นมีความหมายว่า
ถนนแห่งความตาย
เป็นถนน เส้นทางสายมรณะ อยู่ในตะวันออกเฉียงเหนือของลาปาซ(La
Paz)
ประเทศโบลิเวีย
และได้ถูกบันทึกว่าเป็นถนนที่อันตรายสุดขีดสำหรับนักขับขี่ในโลก

อดีตถนนสายนี้สร้างโดยนักโทษชาวปารากวัยในระหว่างสงครามโบลิเวีย-ปารากวัยใน
ปี 1932-35
เพื่อใช้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างตอน เหนือของประเทศ
ถนนมีความยาวทั้งหมด 70 กิโลเมตร
จากเมือง ลาปาซถึงเมือง Coroico
ทางโค้งสุดแคบยาว เกือบ 3,600 เมตร โดยที่ข้างๆ เป็นเหวลึก 800 เมตร
รอรับรถที่พลาดท่าอยู่!
แต่ละปีจะมีคนเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตเพราะถนนเส้นนี้
100-200
ราย
สาเหตุที่ตายเยอะเนื่องจากถนนที่กว้างแค่ช่องทางเดียวเลนเดียว(กว้างไม่เกิน
3.2 เมตร)
และไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ และ
ลดระดับลงอย่างรวดเร็ว
อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศจากหนาวเป็นร้อนชื้นอย่างฉับพลันเกิด
หมอกในบริเวณนั้น
แต่แทนที่จะมีผู้เข็ดขยาดกลับเป็นสิ่งท้าทายให้คนไปเยือน
จนถนนสายนี้กลาย
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขาดไม่ได้สำหรับนักท่องเที่ยวผู้ไปเยือนประเทศ โบลิเวีย
ในที่สุด

อันดับที่ 3 Mud Volcanoes of Azerbaijan

นับถอยหลังได้เลย

อะไรกลมๆ???
ในฤดูใบไม้ผลิของปี
2001 ภูเขาไฟใต้ทะเลแคสเปี้ยน(Caspian) ที่ติดชายฝั่ง Azeri
ของอาเซอร์ไบจาน
ได้เกิดระเบิดขึ้น
จำนวนผู้เสียชีวิตไม่มีเพราะมีคำเตือนและอพยพได้ทันเวลา
แต่กระนั้นผลลัพท์ที่ได้คือเกิดภูเขาไฟโคลน
หรือ “เนินโคลนผุด” ที่แปลว่าโคลนเหลวที่เกิดขณะมีการปะทุของภูเขาไฟ
เป็น
โคลนที่มีรูปร่างคล้ายรูปโดม เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยา
ทำให้ติดไฟง่ายและเกิดก๊าซพิษ
แต่กระนั้นมันก็สวยงามแปลกตาอย่างมาก
และจนได้เป็นรับเลือกเป็นหนึ่ง 28
สถานที่งดงามตาม
ธรรมชาติของโลกที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายเพื่อสรรหา 7
สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติแห่งใหม่
และอาเซอร์ไบจานได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีโคลนภูเขาไฟเยอะที่สุดในโลก

อันดับที่ 2 The Zone of Alienation
มันแปลว่า พื้นที่ของสังคมเอเลี่ยน
เหรอ???

เมื่อวันที่
26 เมษายน ปี 1986 เกิดเหตุการณ์ที่โลกจ้องจารึกเมื่อเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์
ของโรงไฟฟ้า ในเมืองเชอร์โนบิล
(สมัยนั้นยังเป็น ส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต)
เกิดการระเบิด ส่งผลให้ให้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 4
ระเบิด
สารกัมมันตรังสีเกือบทั้งหมดแพร่กระจายสู่บรรยากาศ ในรัศมี 30
กิโลเมตรมีการเปรอะเปื้อนรังสีสูง
ถูกประกาศเป็นเขตอันตราย (Zone of alienation)
สารกัมมันตภาพรังสีลอยออกไปปนเปื้อน
ทั้งใน อากาศ แม่น้ำ ผืนดิน
ทั่วทวีปยุโรปกว่า 3.9 ล้าน ตารางกิโลเมตร
สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นอย่างมาก
นับว่าเป็นหายนะภัยจากโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ที่รุนแรงที่
สุดในโลก

แม้ จะผ่านไปเป็นเวลา 21 ปี 2
ทศวรรษหลังของการระเบิดของโรงงานพลังไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์
โนบิล
เมืองเชอร์โนบิลยังคงเป็นเมืองร้างและอันตรายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
แม้อดีตนั้นจะเป็นเมืองที่มีความเจริญที่จุดเด่นคือเสาชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่
ที่เด่นงามสง่าและตึกสูงมากมาย
แต่จนบัดนี้กลับกลายเป็นซากเหล็กซากปูนที่น่าขนลุกขนพอง
เป็น เมืองที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตทุกชนิด บริเวณในรัศมี19 ไมล์
รอบ ๆ
โรงไฟฟ้าแห่งนี้ก็ยังเป็นบริเวณที่อยู่อาศัยไม่ได้
ซ้ำยังคงมีกัมมันตภาพรังสีหลงเหลืออยู่
อีกทั้งของเหลวเป็นพิษและปนเปื้อนในน้ำและอากาศจนไม่สามารถดื่มกินได้

อันดับที่ 1 Ilha de Queimada Grande
แอ่น แอน แอ๊น ที่ 1
มาแล้ววววว

ดูไม่มีพิษภัยแต่ทว่า
เกาะ
Queimada Grande หรือ “เกาะงูคลั่ง”
เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ของประเภทบราซิล
เป็นเกาะที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่และไม่กล้ารุกราน
อันเนื่องจากเกาะนี้เต็มไปด้วนงูพิษที่สามารถฉกคุณได้ทุกเวลาหากคุณเข้ามา
ยังเกาะแห่งนี้

โดยเฉพาะงูพิษพิเศษ Golden Lancehead (Bothrops insularis)
pitviper
มีพิษรุนแรงมาก พิษของมันรุนแรงมากกว่า
งูพิษบนแผ่นดินใหญ่ถึงห้าเท่า
กัดทีเดียวตายทันที และ
จัดว่าเป็นงูถิ่นเดียวที่มีถิ่นอาศัยอยู่บนเกาะที่เท่านั้น
และมีอาศัยอยู่หนาแน่นสูงมาก(จำนวนหนึ่งตัวต่อหนึ่งพื้นที่)
ประมาณกันไว้ว่ามีมากกว่า
5,000 ตัวบนเกาะเลยทีเดียว
(งูชนิดนี้มีรูปแบบของเพศที่ แปลกคือ มีตัวผู้แท้
มีตัว เมียแท้ และมีกระเทยแท้
)
และสถานที่แห่งนี้จัดว่าเป็นสถานที่อันตรายที่ต้องใช้ใบ
อนุญาตในการเข้าเท่านั้น

 

หมายเหตู ทั้งนี้ทั้งนั้นยังมีอีกหลายสถานที่ในโลกที่ไม่ได้ติดในนี้ ที่น่าอันตราย
แต่ก็น่าไปเยือนเช่นกัน

เช่น

สามเหลี่ยมเมอร์มิวด้า
อันนี้เคยลงไปแล้ว โดยเราเอง
หรือ
คลองขยะใจกลางกรุง มะนิลา ชนิด
คลองแสนยังอาย

ที่มาhttp://board.palungjit.com/f2/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81-10-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A-244790.html

 

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s